posted on 11 Aug 2011 18:12 by meewty508
ประวัติการพัฒนาภาษาปาสคาล
Thanks: ฝากรูป" alt="" width="222" height="214" />
|
ประมาณปี ค.ศ.1970 ภาษาระดับสูงภาษาหนึ่งได้ถูกสร้างโดยดร.นิคลอล เวียร์ต (Professor Doctor Niklaus Wirth) ชาวเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งต้องการพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์ อย่างมีระบบระเบียบ และได้กำหนดให้ภาษาใหม่นี้ชื่อว่า ภาษาปาสคาล (Pascal Language) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Blaise Pascal ผู้สร้างเครื่องคิดเลขเครื่องแรกของโลก
|
1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ; รูปแบบ
PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);
ตัวอย่าง PROGRAM EXAM1; PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);
ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ 2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้ 2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร รูปแบบ
VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;
ตัวอย่าง
VAR I,J,K : INTEGER; NAME : STRING; SALARY : REAL;
2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่
รูปแบบ
TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;
ตัวอย่าง
TYPE SCORE = INTEGER; WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI); VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE; DAY : WEEK;
จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ 2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่
รูปแบบที่ 1
CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
รูปแบบที่ 2
CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;
ตัวอย่าง
CONST HEAD = ‘EXAMINATION’; CONST A = 15; CONST SALARY : REAL = 8000.00;
2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม
รูปแบบ
LABEL รายชื่อของ LABEL;
ตัวอย่าง
LABEL 256,XXX;
เช่น GOTO 256; GOTO XXX;
3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”
ตัวอย่าง
BEGIN Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ; END.
1.2 ชื่อ (Identifier) ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่
การตั้งชื่อ 1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline 2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้ 3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง 4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น
1.3 คำ (Word) คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ 1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่ 2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)
1.4 ข้อมูล (Data) ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์ แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท 1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม 2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม 3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร 4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร 5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่ NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false * ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา / ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่ MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่ AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่ OR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง XOR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน
แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ 1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ
ตัวอย่าง
TYPE color = (yellow,blue,red); VAR dd = color;
ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red
2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม
ตัวอย่าง TYPE NUM = 0..50; VAR X : NUM;
ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50 แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัดให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่
|
| กฎการตั้งชื่อตัวแปร |
|
| 1. ต้องไม่ซ้ำกับคำสงวน |
2. ต้องประกอบด้วยตัวอักษร, ตัวเลข และเครื่องหมายขีดล่าง ( _ ) เท่านั้น |
3. ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรหรือขีดล่างเท่านั้น ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข |
| 4. ต้องมีความยาวไม่เกิน 63 ตัวอักษร |
edit @ 11 Aug 2011 18:15:43 by meewty